อุบัติเหตุบนท้องถนนไทยส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากรถมอเตอร์ไซค์ เรามักจะได้ยินข่าวการเสียชีวิตของเด็กมหาวิทยาลัยจากการขับขี่มอเตอร์ไซค์อยู่บ่อยครั้ง ทั้งจากเหตุการณ์เมาแล้วขับ หรือขับขี่ด้วยความเร็วเกินที่กำหนดก็ตาม ทำให้เกิดคำถามว่า เมืองที่มีจำนวนมหาวิทยาลัยมาก จำนวนผู้เสียชีวิตรอบมหาวิทยาลัยมากน้อยเพียงใดจริงๆ แล้วก็ไม่ใช่แค่เด็กมหา’ลัย เท่านั้นที่พึ่งพามอเตอร์ไซค์ สำหรับคนจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่มีรถเมล์ รถสองแถว หรือแม้แต่จักรยานสาธารณะให้ใช้อย่างทั่วถึง วัยทำงานก็ต้องขี่รถจากหมู่บ้านไปยังที่ทำงาน ขณะที่คนสูงอายุก็ต้องใช้มอเตอร์ไซค์ในการเดินทางไปรพ.หรือไปตลาดเช่นกัน

เพื่อหาคำตอบ TDRI รวบรวมข้อมูลจำนวนของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วยมอเตอร์ไซค์เป็นหลัก ในหลายช่วงอายุตั้งแต่เด็กนักเรียน มหาวิทยาลัย วัยทำงาน และผู้สูงวัย พร้อมจำแนกพฤติกรรมเสี่ยงของการเสียชีวิต เช่น ดื่มแล้วขับ ไม่มีใบขับขี่ ตลอดจนการไม่สวมใส่อุปกรณ์นิรภัย  แต่ถ้าให้เทียบทั้ง 76 จังหวัดและ กทม. อาจเยอะไป เราเลยขอหยิบ 5 จังหวัดน่าสนใจมาลองเปรียบเทียบกัน คือ ชลบุรี เชียงใหม่ ปทุมธานี บึงกาฬ สิงห์บุรี และปิดท้ายด้วย กรุงเทพมหานคร เพราะความแตกต่างระหว่าง 5 จังหวัดและ กทม. นี้ไม่ใช่แค่คนละภาคของประเทศเท่านั้น แต่สัดส่วนของมหาวิทยาลัย นักศึกษา และจำนวนประชากรในกลุ่มวัยอื่นๆ ด้วย เพราะชลบุรี เชียงใหม่ และปทุมธานีเป็นจังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยอยู่ค่อนข้างเยอะ และเป็นเมืองโรงงานและท่องเที่ยว ในขณะที่บึงกาฬและสิงห์บุรีเป็นจังหวัดที่มหาวิทยาลัยเพียงแค่ 1 แห่ง และเป็นเมืองเชื่อมต่อไปยังเมืองใหญ่ข้างๆ มากกว่า และสุดท้าย กรุงเทพมหานครที่เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการศึกษา

จากสัดส่วนของมหาวิทยาลัยที่แตกต่าง จำนวนคนอยู่อาศัยที่ต่างส่งผลต่อจำนวนคนเสียชีวิต  คือยิ่งมีเยอะ อุบัติเหตุก็จะมีเพิ่มสูงตามไปด้วย จังหวัดที่ไม่ได้มีมหาวิทยาลัยมากนักก็มีสัดส่วนอุบัติเหตุน้อยตามมา แต่ไม่ว่าจะมากหรือน้อย จำนวนผู้เสียชีวิตเหล่านี้ก็เป็นมากกว่าแค่ตัวเลข แต่คือชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่ไม่มีโอกาสจะได้เติบโตมาในสังคม และยังสะท้อนไปถึงแรงงานหน้าใหม่ของสังคมที่หายไปก่อนวัยอันควร ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในอนาคตอีกด้วย สำหรับบางจังหวัดยังมีตัวเลขของกลุ่มวัยอื่นๆ ที่เสียชีวิตมากกว่าเด็กมหา’ลัย ด้วยซ้ำไป ปัญหาเรื่องอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์อาจกำลังบอกเราถึงภาพกว้างของปัญหาระบบขนส่งสาธารณะที่ยังไม่ทั่วถึงและเพียงพอในทุกจังหวัด 

DataHatch / TDRI ชวนอ่านข้อมูลผู้เสียชีวิตจากรถมอเตอร์ไซค์ทั้ง 5 จังหวัดและ กทม. ทั้งในช่วงกลุ่มวัยรุ่นวัยมหา’ลัย ไปจนถึงวัยทำงาน และผู้สูงวัย ตัวเลขของแต่ละพื้นที่นั้นแตกต่างกันออกไปสะท้อนภาพของการใช้ชีวิตในจังหวัดนั้นๆ ทั้งการเป็นเมืองการศึกษา เมืองนิคมอุตสาหกรรม และจังหวัดเล็กๆ ที่เป็นเพียงแค่เมืองรอง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทั้ง 5 จังหวัดนี้ยังคงขาดเหมือนกัน คือ ‘ระบบขนส่งสาธารณะ’ ที่ดี ที่ทำให้เด็กมหาวิทยาลัย และวัยอื่นๆ ไม่ต้องพึ่งพามอเตอร์ไซค์ในการใช้ชีวิตเป็นหลัก


ชลบุรี

เมืองนิคมและมหา’ลัยเยอะ ผู้เสียชีวิตเยอะตาม

เริ่มที่จังหวัดแรก คือ ชลบุรี เป็นจังหวัดใหญ่ของภาคตะวันออกของประเทศไทย ที่นอกจากจะมีทะเลงาม ข้าวหลามอร่อยแล้ว เมืองชลยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่โดดเด่น คือ ‘เมืองนิคม’ สูสีมาพอๆ กับเมืองระยอง ทางฝั่งชลบุรีเต็มไปด้วยนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ จำนวนมาก และยังเต็มไปด้วยสถาบันอุดมศึกษา หรือมหาวิทยาลัยด้วยไม่น้อย จากข้อมูล พบว่าชลบุรีมีมหาวิทยาลัยอยู่ด้วยกันทั้งหมด 10 แห่ง เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี และอื่นๆ ทำให้เป็นเมืองที่มีผู้คนและนักศึกษาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก คือ 1,636,555 คน และจากทั้งหมด 10 มหาวิทยาลัย มีนักศึกษารวมอยู่มากถึง 44,445 คน 
จากข้อมูลของ TDRI พบว่า ในปี 2565 – 2567 มีจำนวนนักศึกษาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนน มากถึง 187 คน จากผู้เสียชีวิตทั้งหมดคือ 1,317 คน อย่างไรก็ตาม ด้วยลักษณะของเมืองชลบุรีที่เป็นเมืองนิคมอุตสาหกรรม และไม่มีรถโดยสารสาธารณะที่สะดวกสบาย ทำให้ผู้คนเลือกใช้รถมอเตอร์ไซค์ส่วนตัวในการเดินทาง ทำงาน และใช้ชีวิตประจำวันจำนวนหนึ่ง ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าวงกลมที่ใหญ่ที่สุดของภาพ ไม่ได้อยู่ที่ช่วงอายุเด็กมหาวิทยาลัย แต่ไปอยู่ที่ กลุ่มผู้ชาย วัย 30-39 ปี มากถึง 224 คน และผู้หญิงวัยเดียวกันก็เสียชีวิตมากที่สุดด้วยถึง 60 คน สะท้อนภาพการเสียชีวิตของกลุ่มคนวัยทำงานที่อาศัยอยู่ในชลบุรีมากกว่า

เชียงใหม่

เด็กมหา’ลัยเสียชีวิตมากที่สุด

ขยับขึ้นมาทางเหนือกันบ้าง กับ ‘ประเทศเชียงใหม่’ ที่เราชอบล้อกัน เพราะขนาดและการเติบโตของเมืองที่กระโดดมากกว่าเมืองอื่นๆ ในภาคเหนือ ข้อมูลล่าสุดเมื่อต้นปี 68 พบว่า เชียงใหม่มีประชากรอาศัยอยู่ 1,798,882 คน มีด้วยกันทั้งหมด 11 มหาวิทยาลัย เยอะกว่าอีก 4 จังหวัดที่เหลือ มหาวิทยาลัยหลักๆ ที่คุ้นกันของเมืองเชียงใหม่ เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มหาวิทยาลัยพายัพ และมหาวิทยาลัยอื่นๆ เมื่อรวมกันพบว่ามีจำนวนนักศึกษาจากทั้ง 11 มหาวิทยาลัยรวมกันได้ 45,997 คน 
จำนวนเด็กมหาวิทยาลัยในเชียงใหม่สูงกว่าจังหวัดชลบุรีราวหมื่นคน สอดคล้องกับจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ในกลุ่มนักศึกษา ในปี 2565 – 2567 ที่เชียงใหม่มีถึง 188 คน มากกว่าชลบุรีอยู่ 1 คน แม้เชียงใหม่จะมีภาพรวมอุบัติเหตุบนท้องถนนน้อยกว่าชลบุรีราว 300 กว่าราย แต่สัดส่วนของนักศึกษาที่เสียชีวิตกลับสูงกว่า โดยเฉพาะเมื่อเจาะลึกตามกลุ่มวัย พบว่านักศึกษาผู้ชายเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงที่สุดถึง 155 คน ขณะที่นักศึกษาผู้หญิงอยู่ที่ 33 คน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า แม้เชียงใหม่จะมีถนนที่ปลอดภัยกว่าในภาพรวม แต่สำหรับเด็กมหาวิทยาลัยแล้ว กลับเป็นพื้นที่ที่เราสูญเสียชีวิตวัยรุ่นไปไม่น้อยเลย นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า เมืองที่เติบโตเร็วอย่างเชียงใหม่ ต้องเร่งหาวิธีเพิ่มความปลอดภัยของคนรุ่นใหม่ให้มากกว่าที่เป็นอยู่

ปทุมธานี

คนเสียชีวิตวัยทำงานพุ่งสูงแซงวัยอื่น

ปทุมธานีเป็นอีกหนึ่งจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ จนบางครั้งเราก็สับสนในมหาวิทยาลัยเหมือนกันว่า มหา’ลัยนี้จริงๆ แล้วอยู่ที่จังหวัดไหนกันแน่ จริงๆ แล้วจังหวัดนี้มหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาขนาดใหญ่ตั้งอยู่จำนวนมาก ไม่ว่าจะมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยปทุมธานี มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนยรังสิต และอื่นๆ ก็อาจเรียกว่าเป็น ‘เมืองการศึกษา’ ก็ย่อมได้ เพราะจำนวนประชากรนักศึกษาของเมืองนี้ก็เป็นรองแค่กรุงเทพฯ เท่านั้น คือมีเด็กวัยมหา’ลัยอยู่ที่ 118,351 คน ด้วยกัน และมีประชากรทั้งจังหวัดอยู่ที่ 1,237,540 คน เรียกได้ว่าเป็นทั้งเมืองใหญ่ในแง่ของการอยู่อาศัย ทำงาน และเรียน เป็นอีกเมืองปริมณฑลที่กำลังขยายตัวออกเรื่อยๆ 
ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนจากรถมอเตอร์ไซค์ในปี 2565 – 2567 เกิดขึ้นทั้งหมด 894 คน กว่า 140 คน คือเด็กมหาวิทยาลัยช่วงอายุระหว่าง 18-23 ปี ถ้าเทียบกันแล้วจำนวนอุบัติเหตุของจังหวัดนี้จะดูน้อยกว่าชลบุรีและเชียงใหม่ แต่ถ้าดูจากข้อมูลจะพบว่าสถานการณ์ของปทุมธานีค่อนข้างคล้ายคลึงกับชลบุรี คือชายหญิงอายุพอๆ กัน อยู่ที่ 20-29 ปี วัยทำงาน มักจะเสียชีวิตบนท้องถนนด้วยอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์บ่อยที่สุด คือเพศชายที่เสียชีวิตอยู่ที่ 142 คนและเพศหญิงอยู่ที่ 35 คน การที่หนุ่มสาววัยทำงานเสียชีวิตบนท้องถนนมากกว่ากลุ่มไหนๆ และกลุ่มนักศึกษาที่ก็ไม่น้อย อาจสะท้อนว่าระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดยังไม่เหมาะสม ส่งผลให้ทั้งแรงงานหน้าใหม่วัยนักศึกษา และแรงงานที่อยู่ในระบบอยู่แล้วลดน้อยลงไปอีก

บึงกาฬ

จังหวัดทางผ่าน เพิ่มความเสี่ยงบนท้องถนน

กระโดดข้ามมาที่ฝั่งอีสานกับจังหวัดบึงกาฬ จังหวัดใหม่ของเมืองไทยที่ตั้งของถ้ำนาคา อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของไทย แม้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปจำนวนมาก แต่ทั้งจังหวัดยังคงมีประชากรเพียงแค่ 418,621 คน เท่านั้น และถ้าพูดถึงสถาบันอุดมศึกษา ตามข้อมูลพบว่าบึงกาฬก็มีเพียงแค่ 1 แห่งเท่านั้น คือ วิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จำนวนมหาวิทยาลัยที่น้อย สัมพันธ์ไปกับจำนวนของเด็กวัยรุ่นที่เสียชีวิตรอบมหาวิทยาลัย คือมีเพียง 19 คน เท่านั้น เป็นเด็กผู้ชาย 17 คน และเด็กผู้หญิง 2 คนเท่านั้น
ในส่วนภาพรวมของจังหวัด พบว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนนด้วยรถมอเตอร์ไซค์ในปี 2565 – 2567 มีทั้งหมด 232 คน กลุ่มที่เสียชีวิตมากที่สุดคือผู้ชายอายุ 40-49 ปี ทั้งหมด 27 ราย และผู้หญิง อายุ 50-59 ปี เสียชีวิต 9 ราย โดยส่วนมากไม่ได้ดื่มขณะขับขี่ แต่เป็นเรื่องของการขับขี่เร็วเกินกำหนด นอกจากการเสียชีวิตด้วยรถมอเตอร์ไซค์ อุบัติเหตุอื่นๆ ของบึงกาฬก็พบว่ามีหลายครั้ง อย่างล่าสุดเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 68 ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนคือรถบัสรับส่งเด็กนักเรียนเสียหลักตกข้างทางส่งผลให้มีเด็กนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บสาหัส 1 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 42 ราย อาจเป็นผลมาจากเส้นทางถนนของบึงกาฬนั้นเชื่อมระหว่างลาว-นครพนม ทำให้เป็นถนนเส้นหลักที่มีรถบรรทุกวิ่งเยอะ และเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้

สิงห์บุรี

คนสูงวัยสิงห์บุรีเสียชีวิตเยอะกว่ากลุ่มอื่น

จังหวัดสิงห์บุรีในภาคกลาง ทั้งจังหวัดมีประชากรทั้งจังหวัดอยู่ที่ 199,617 คน เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยตั้งอยู่เพียงแห่งเดียวเหมือนกับบึงกาฬ และเป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยจังหวัดข้างๆ เหมือนกัน คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี วิทยาเขตสิงหบุรี 
สถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางมอเตอร์ไซค์ในปี 2565 – 2567 อยู่ที่ 177 คน ในจำนวนนี้เป็นนักศึกษาช่วงอายุ 18–23 ปี 12 คน ทั้งหมดเป็นเพศชาย ส่วนในกลุ่มอายุอื่นๆ พบว่าผู้ชายวัย 50–59 ปีมีผู้เสียชีวิตสูงสุด 26 คน ขณะที่ผู้หญิงวัย 40–49 ปี และ 50–59 ปี เสียชีวิตเท่ากันที่ 11 คน สิงห์บุรีเป็นจังหวัดที่มักใช้สำหรับวิ่งต่อไปยังจังหวัดต่างๆ ทำให้นอกจากรถมอเตอร์ไซค์แล้ว สิงห์บุรีพบอุบัติเหตุรูปแบบอื่นๆ ในช่วงที่ผ่านมาอีกหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะรถยนต์ชนกับรถกระบะ หรือรถบรรทุกขนาดใหญ่เกี่ยวรถคันเล็ก จนทำให้เสียหลักและเกิดอุบัติเหตุ แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 ที่ผ่านมานี้เอง สิงห์บุรีกลับเป็นหนึ่งในไม่กี่จังหวัดที่ ไม่มีผู้เสียชีวิตเลย ในแง่หนึ่งอาจสะท้อนการดูแลและป้องกันที่เข้มงวดในช่วงที่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูง แต่ในระหว่างปีที่ไม่ใช่เทศกาลอาจจะยังไม่มีความเข้มงวด หรือมีมาตรการป้องกันที่เหมาะสมเพียงพอ

สุดท้าย

กรุงเทพมหานคร

ท้ายสุดกับกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่ไม่เคยจะหลับใหล สถิติอุบัติเหตุของเมืองนี้จึงเพิ่มขึ้นสูงอย่างไม่ต้องแปลกใจ เพราะทั้งเป็นจังหวัดที่มีทั้งประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น คือ 11,391,700 คน  และก็แน่นอนว่าเป็นจังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยเยอะมากมาเป็นอันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องคาดเดา รวมอยู่ที่ 83 แห่ง ความเป็นเมืองหนาแน่น ผู้คนอยู่กันอย่างพลุกพล่านไม่ว่าจะช่วงอายุไหนก็ตาม ประกอบกับการจราจร ขนส่งสาธารณะ และปัจจัยอื่นๆ ทำให้ผู้คนในกรุงเทพฯ ก็หันมาพึ่งพารถมอเตอร์ไซค์สำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันไม่น้อย 

จากจำนวนคนที่อาศัยอยู่ในเมืองเยอะสัมพันธ์ไปกับอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุของรถมอเตอร์ไซค์ที่เยอะตาม จากข้อมูลพบว่า มีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ ในปี 2565 – 2567 ทั้งหมด 2,119 คน เป็นผู้ชายอยู่ที่ 1,684 คน และอีก 400 กว่าคนเป็นผู้หญิง โดยในเพศชาย วัยที่เสียชีวิตมากที่สุดคือ 30-39 ปี ทั้งหมด 361 คน รองลงมาคือวัย 20-29 ปี อยู่ที่ 306 คน และ 40-49 ปี ที่ 279 คน ส่วนทางด้านเพศหญิงที่เสียชีวิตมากที่สุดคือวัย 40-49 ปี มีจำนวนทั้งหมด 67 คน รองลงมาคือกลุ่มอายุ 30-39 ปี อยู่ที่ 62 คน และเป็นเพศหญิงไม่ทราบอายุมากถึง 61 คนด้วยกัน 


จากข้อมูลตัวอย่างทั้ง 5 จังหวัดและ กทม. คงบอกเราได้ว่า ต่อให้จะอยู่ในจังหวัดเล็กหรือใหญ่ ก็ล้วนมีอุบัติเหตุผู้เสียชีวิตเกิดขึ้น แตกต่างกันไปตามความหลากหลายของขนาดประชากร เพศ วัย และพฤติกรรมเสี่ยง แต่สิ่งหนึ่งที่อาจจะเห็นชัดเจนกว่า คือทุกจังหวัดนั้นจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนนให้เข้มงวดมากขึ้น ทั้งในช่วงเวลาปกติ และช่วงเวลาเทศกาล เพื่อลดความสูญเสียที่หลีกเลี่ยงได้เหล่านี้


ที่มา

ข้อมูลอุบัติเหตุจากระบบบูรณาการข้อมูลการตายจากอุบัติเหตุทางถนน (3 ฐาน) ปี 2565-2567
ข้อมูลอุบัติเหตุจากฐานข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (อบถ.ตร.) ปี 2565-2567
ข้อมูลรายชื่อสถาบันอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2566 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ข้อมูลสถิตินักศึกษา (รวม) ปีการศึกษา 2568 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม