วันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา สภาฯ อนุมัติเงินกู้ 4 แสนล้านบาทช่วยพยุงเศรษฐกิจและเปลี่ยนผ่านพลังงานฯ ด้วยมติคะแนนเห็นชอบ 285 เสียง ไม่เห็นชอบ 141 เสียง และงดออกเสียง 52 เสียง จากผู้ลงมติทั้งหมด 478 เสียง นั่นแปลว่า พรก.เงินกู้ฉบับนี้ผ่านสภาแล้ว และหลังจากนี้เป็นการเปิดให้กระทรวงและหน่วยงานต่างๆ นำเสนอโครงการเพื่อขอรับงบประมาณดังกล่าว
หากดูรายละเอียดพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 จะพบกับความยาวของเอกสาร 5 หน้า ที่แจกแจงรายละเอียดการใช้เงิน 4 แสนล้านบาทในตาราง 2 แถว
แถวแรก คือ แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และแถวที่สอง คือ แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกฯ
เหตุผลการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ มาจากเรื่องความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบถึงเรื่องพลังงานของไทย และเรื่องปากท้องของประชาชน รวมถึงการเพิ่มขึ้นของต้นทุนราคาสินค้าและบริการ ภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม สิ่งนี้คือเนื้อความสรุปของหมายเหตุที่อยู่ใน พ.ร.ก. ดังกล่าว ซึ่งก็สอดคล้องกับการอภิปรายในรัฐสภาของคณะรัฐมนตรี
DataHatch เก็บข้อมูลคำที่ถูกพูดถึงในช่วงการอภิปรายในสภาฯ กว่า 11 ชั่วโมงครึ่ง เรื่องวิกฤตเศรษฐกิจและเรื่องการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. – 21.30 น. ทั้งที่มาจากฝ่ายค้าน (30 คน) ฝ่ายรัฐบาล (8 คน) และฝ่ายบริหาร (8 คน) รวมทั้งสิ้น 46 คน (ไม่นับรวมการประท้วง) ถึงแม้ พ.ร.ก. จะผ่านไปแล้ว แต่ขอชวนมาดูทะเลของประเด็นเพื่อเข้าใจว่าประเด็นไหนอยู่ในใจและได้รับการพูดถึงโดยตัวแทนของประชาชน
พ.ร.ก. ฉบับนี้ถือว่าผ่านการลงมติการโหวตในสภาเรียบร้อยแล้ว แล้วสำหรับคุณถือว่าผ่านไหม? กับความเร่งด่วนจำเป็นที่รัฐบาลได้เงินมาโดยวิธีการกู้ผ่านการคลัง

DataHatch ลองจัดหมวดหมู่ของคีย์เวิร์ดต่างๆ มาได้ 9 หมวดหมู่ใหญ่ๆ
- ความเสี่ยงจากสถานการณ์โลกและสิ่งแวดล้อม – ตัวอย่างคำที่พูดถึง: วิกฤตน้ำมัน-ตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันโลก ปัญหาสภาพภูมิอากาศ
- ประเด็นเชิงกฏหมาย กระบวนการงบประมาณ และความโปร่งใส – ตัวอย่างคำที่พูดถึง: หนี้สาธารณะ เพดานหนี้ วินัยการเงินการคลัง ความโปร่งใส แผนงาน งบประมาณ การขาดดุลงบประมาณ
- ประเด็นเศรษฐกิจ ราคาพลังงานและมาตรการทางเศรษฐกิจในการเยียวยาประชาชน – ตัวอย่างคำที่พูดถึง: ไทยช่วยไทย เยียวยา บัตรคนจน สวัสดิการ
- โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน – ตัวอย่างคำที่พูดถึง: โรงไฟฟ้า ไฟฟ้าสะอาด พลังงานหมุนเวียน เชื้อเพลิงฟอสซิล
- ประเด็นนโยบายพลังงาน – ตัวอย่างคำที่พูดถึง: แผน PDP Direct PPA การเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน ความมั่นคงด้านพลังงาน คาร์บอนเครดิต
- ขีดความสามารถในทางแข่งขัน – ตัวอย่างคำที่พูดถึง: นวัตกรรม วิจัย ทักษะแรงงาน บริษัทไทย ผู้ผลิตไทย
- โครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและยานยนต์ไฟฟ้า – ตัวอย่างคำที่พูดถึง: โครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า EV รถสาธารณะ
- อุปกรณ์และโครงสร้างที่รองรับพลังงานแสงอาทิตย์ – ตัวอย่างคำที่พูดถึง: โซลาร์รูฟท็อป โซลาร์ปั๊ม แผงโซลาร์ การรับซื้อไฟ สมาร์ตกริด ระบบกักเก็บพลังงาน
- ความกังวลและผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อม – ตัวอย่างคำที่พูดถึง: ซากแผงโซลาร์ แบตเตอรี่ ขยะอันตราย
ฝ่ายค้านห่วงหนี้สาธารณะพุ่ง ตั้งคำถามความโปร่งใส หวั่นรัฐบาลใช้เงินกู้เพิ่มคะแนนความนิยม

เมื่อมาดูว่า รัฐบาลแต่ละฝ่ายในสภา ให้น้ำหนักกับการพูดถึงประเด็นใด เท่าไรบ้าง จาก 9 หมวดหมู่ที่เราได้แบ่งมา จะเห็นว่าฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นฝ่ายที่มีแอร์ไทม์ในการประชุมสภาครั้งนี้มากสุด พูดถึงประเด็นทางกฎหมายและความโปร่งใสมากเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากการกู้เงิน 4 แสนล้านบาทนี้จะส่งผลให้ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้น และไม่ใช่เงินจากไหนไกลที่ต้องนำมาใช้หนี้ก้อนนี้ แต่เป็นภาษีของประชาชนทุกคนเอง จึงไม่แปลกที่พรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาจะให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องความคุ้มค่า ความยั่งยืน และความโปร่งใส ในการกู้เงินครั้งนี้
รองลงมา คือประเด็นด้านเศรษฐกิจ ที่เน้นพูดถึงเศรษฐกิจระดับครัวเรือน ค่าครองชีพของประชาชน โครงการเยียวยาวิกฤติราคาพลังงาน อย่างโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นต้น
เรียกได้ว่าประเด็นด้านเศรษฐกิจก็เกี่ยวพันกับประเด็นทางกฎหมายและความโปร่งใสโดยตรง เพราะรัฐบาลฝ่ายค้านก็ได้ตั้งคำถามถึงการนำเงินกู้มาใช้ ว่าอาจใช้ผิดจุดประสงค์ โดยนำไปใช้กับโครงการไทยช่วยไทยพลัส เพื่อเพิ่มคะแนนความนิยมให้พรรคของรัฐบาลเอง
โดย ส.ส. ฝ่ายค้านที่ใช้เวลาอภิปรายมากที่สุด 3 อันดับ คือ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคไทยภักดี 22 นาที, ศุภโชติ ไชยสัจ 21 นาที และศิริกัญญา ตันสกุล 21 นาที
ฝ่ายบริหารชี้ความเร่งด่วนของ พ.ร.ก. กู้เงิน พร้อมเน้นย้ำประเด็นเปลี่ยนผ่านพลังงาน

เช่นเดียวกับฝ่ายค้าน ประเด็นเศรษฐกิจก็เป็นประเด็นที่ฝ่ายบริหารพูดถึงเป็นอันดับต้นๆ ตามที่ได้เกริ่นไปในภาพที่แล้วว่าแต่ละฝ่ายก็มีมุมมองในแต่ละประเด็นต่างกัน
คณะรัฐมนตรี นำโดยนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้พูดเปิดและปิดการประชุมสภาครั้งนี้ ได้กล่าวถึงประเด็นด้านเศรษฐกิจด้วยหลายชุดคำ และรัฐมนตรีท่านอื่นๆ ที่กล่าวตอบคำถามในสภา ก็ได้ตอบประเด็นเรื่องเศรษฐกิจซึ่งเกี่ยวโยงกับเรื่องปากท้องของประชาชนเช่นกัน เพื่อชี้ถึงความสำคัญและเร่งด่วนที่ต้องกู้เงินผ่าน พ.ร.ก. ฉบับนี้
อีกประเด็นที่ฝ่ายบริหารพูดถึงในสัดส่วนเท่ากัน คือประเด็นโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน โดยรวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้า การนำเข้าก๊าซ ต้นทุนพลังงาน การผลิตไฟฟ้า เชื้อเพลิงชีวภาพ พลังงานสะอาด ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานโดยตรง
ฝ่ายรัฐบาลเชียร์แก้ปัญหาปากท้อง ชูโซลาร์ พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน

ในกรอบการประชุมสภาครั้งนี้ ฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลได้สัดส่วนเวลาที่ 1 ชั่วโมง แล้วในระยะเวลาแอร์ไทม์เท่านี้ ฝ่ายรัฐบาลเลือกจะยกประเด็นอะไรมาพูดบ้าง?
พรรคร่วมรัฐบาลเลือกที่จะพูดถึงความจำเป็นของการกู้เงินในครั้งนี้ โดยให้เหตุผลเรื่องวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเรื่องปากท้อง หนี้ครัวเรือน รวมถึงงบประมาณประจำปีที่เรียกว่าปริ่ม นอกจากนี้พูดถึงอุปสรรคของระบบไฟฟ้าในปัจจุบันที่ยังไม่เอื้อให้ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของการผลิตไฟ และก็แสดงความกังวลข้อควรระวังด้านการไม่ได้มาตรฐานของอุปกรณ์หากนำเข้า จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องกู้เงินก้อนดังกล่าวเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านเศรษฐกิจของประชาชน และเพื่อผ่านพ้นวิกฤตความขัดแย้งนี้ไปให้ได้
สิ่งที่เด่นขึ้นมาในฝ่ายรัฐบาล คือตอนที่สมาชิกพรรคไทยสร้างไทย พรรคร่วมรัฐบาลท่านหนึ่งแสดงความกังวลเรื่องภาคการเกษตร และตั้งคำถามว่าเงินที่กู้สามารถช่วยเรื่องปากท้องชาวนาอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร เพราะเกษตรกรต้องแบกรับค่าปุ๋ย ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าน้ำมันเอง แต่ไม่สามารถกำหนดราคาข้าวได้ และยังพูดถึงระบบสูบน้ำโซลาร์เซลล์ที่อาจไม่สามารถใช้ได้จริงกับทุกพื้นที่